พันธุ์หลักของกาแฟ
พันธุ์หลักของกาแฟที่ค้าขายจำหน่ายกันมาเป็นเครื่องดื่มกาแฟต่างๆก็ มีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ …
1. โรบัสต้า [Robusta] และ
2. พันธุ์อราบิก้า..Arabica]
ความแตกต่างนอกจากสายพันธุ์แล้ว ก็อยู่ที่พื้นที่ปลูกในระดับความสูงจากน้ำทะเลภูมิอากาศแถบที่ปลูกรวมทั้งดิน
ที่มีแร่ธาตุต่างกัน ความเด่นกลิ่น-รสชาติก็ย่อมไม่เหมือนกัน
พันธุ์โรบัสต้า
- เป็นกาแฟที่ต้านทานโรคสูง เติบโตเร็ว
- ผลผลิตสูง กลิ่น-รสชาติ และราคาต่ำกว่าพันธุ์อราบิก้า
– ผลผลิตจะถูกนำไปทำกาแฟผงสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่
พันธุ์อราบิก้า
- จะเป็นกาแฟที่สมบูรณ์ด้วยรสชาติ-กลิ่นหอม
- และราคาสูงกว่าเป็นเท่าตัว และปลูกในพื้นที่สูง
- ยิ่งสูงคุณภาพยิ่งดี และต้องพื้นที่ดินดี มีฝนตกชุกพอควร
การปลูกกาแฟ
กาแฟเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดมาจากอาระเบียหรือประเทศเอธิโอเปียในปัจจุบัน กาแฟที่ปลูกเป็นการค้าในประเทศไทยมี 2 ชนิด ได้แก่ กาแฟโรบัสต้า ซึ่งมีการผลิตประมาณ 50 ล้านตัน เพาะปลูกมากในแถบจังหวัดชุมพรและภาคใต้ของประเทศไทย อีกชนิดหนึ่งคือกาแฟอาราบิก้าซึ่งปลูกมากในภาคเหนือที่เป็นภูเขาสูงและอากาศหนาวเย็น กาแฟโรบัสต้านั้นนิยมนำไปทำกาแฟผงสำเร็จรูปชนิดชงละลายหมด ในขณะที่กาแฟอาราบิก้านิยมนำมาคั่ว บด และชงโดยการกรองกากออกหรือที่ปัจจุบันนิยมเรียกว่า “กาแฟสด”
การปลูกกาแฟมีวิธีการดังต่อไปนี้
การเพาะกล้า
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมต้นกล้า
เตรียมแปลงเพาะเมล็ดกาแฟโดยใช้ ทรายผสมขี้เถ้า แกลบ อัตราส่วน 1:1 เกลี่ยในกระบะหรือแปลงที่สามารถระบายน้ำได้ดี แปลงเพาะเมล็ดนี้ควรอยู่ในโรงเรือนที่มีหลังคาบังแดด ให้แสงเข้าได้ 50%และปราศจากสัตว์เลี้ยงเข้าไปขุดคุ้ย รบกวน
นำเมล็ดพันธุ์กาแฟแช่น้ำผสมยาฆ่าเชื้อรา เช่น สารประกอบทองแดง เป็นเวลา 1 คืน มาเพาะลงในแปลงที่เตรียมไว้ โดยใช้ไม้กดเป็นร่องห่างกัน ประมาณ 5 ซม. แล้วโรย เมล็ดลงไป
หมายเหตุ เมล็ดพันธุ์กาแฟที่ใช้ควรเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี มาจากต้นแม่ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ มีอัตราการงอกสูง (เมล็ดไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 6 เดือน)
การปลูกกาแฟ
มีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมพื้นที่
พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับปลูกกาแฟควรเป็นที่ๆมีความ สูง ประมาณ 800-12,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความลาดชันไม่เกิน 50% ทำการกำจัดวัชพืชโดยการถางให้โล่ง เตรียมทำแนวระดับ การเตรียมพื้นที่ส่วนมากเริ่มทำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้พร้อมสำหรับปลูกกาแฟในฤดูฝน ที่จะมาถึง (ประมาณมิถุนายน-กรกฎาคม)

ทำแนวระดับโดยใช้อุปการณ์ช่วย เช่นไม้รูปตัวเอ เขาควายหรือระดับน้ำ ทำแนวปลูกกาแฟโดยมีระยะระหว่างต้น 2 เมตร ระยะห่างระหว่างแถวขึ้นอยู่กับ ความลาดชัน โดยเฉลี่ยประมาณ 1.5-2 เมตร

ขุดหลุมปลูกกาแฟขนาด 0.5 x 0.5x 0.5 เมตร (หรือ 1 X 1 X 1 ศอก) แยกหน้าดินกับดินก้นหลุม ออกจากกัน หน้าดินจะใช้ผสมใส่ลงที่ก้นหลุม
การผสมดินใส่ก้นหลุมจะประกอบด้วยหน้าดิน ปุ๋ยคอก ปูนขาว (โดโลไมท์) ปุ๋ยฟอสเฟตและฟูราดาน ผสมให้เข้ากัน ใส่ก้นหลุมไว้กลบด้วยกินก้นหลุมให้เสมอปาก ใช้ไม้ปักทำเครื่องหมายหลุมไว้
ขั้นตอนที่ 2 การปลูก

นำต้นกล้าที่มีขนาดเหมาะสมความสูงประมาณ 45-50 ซม. มีใบ 6-8 คู่ สมบูรณืแข็งแรง ผ่านการฝึกให้ทนทานต่อแสงแดดจัดและการขาดน้ำ ในเบื้องต้นแล้ว
นำต้นกล้าลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ กลบดินให้แน่น

ใช้ไม้ปักกันลมโยกคลอน
การกำจัดวัชพืช
การดูแลรักษากาแฟ

กาแฟควรได้รับการกำจัดวัชพืชสม่ำเสมอในฤดูฝน โดยเฉพาะหลังปลูกใหม่อายุ 1-3 ปี เพราะต้นยังเล็ก ไม่สามารถเจริญ เติบโตแข่งกับวัชพืชได้ โดยการถางรอบๆ บริเวณสวนกาแฟ และถางให้สะอาดบริเวณ โคนต้นเพื่อการใส่ปุ๋ยต่อไป เศษวัชพืชที่ถางออก
สามารถนำมาเป็นวัสดุคลุมดินได้
การใส่ปุ๋ย

ในระยะที่กาแฟยังไม่ติดผล ควรใส่ปุ๋ย 46-0-0 เมื่อ กาแฟเริ่มติดผลแล้ว (ปีที่ 4 เป็นต้นไป) ต้องใช้ปุ๋ย 15-15-15 ใช้หลักการคร่าวๆคือ ใส่ 3 ครั้ง ในเวลา ต้น-กลาง-ปลายฤดูฝน ครั้งหนึ่งๆใส่ 30-150 กรัม (1-5 กำมือ) ขึ้นอยู่กับ ปริมาณการติดผล และขนาดการเติบโตของลำต้น
การคลุมโคน

ทุกครั้งหลังใส่ปุ๋ยต้องมีการคลุมโคนต้นเพื่อไม่ให้ปุ๋ย ถูกชะล้างหรือระเหยสูญหายไป นอกจากนั้นเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน ควรคลุมโคน ให้หนาประมาณ 30 ซม. เพื่อรักษาความชื้นในดิน ทำให้กาแฟรอดตาย พ้นฤดูร้อนได้
การตัดแต่งกิ่งสำหรับระยะ 3-5 ปีแรก
การตัดแต่งกิ่งแบบ 2 ลำต้น

ต้นกาแฟที่มีลำต้นเดียว ถ้าต้องการให้มีสองลำต้น ให้ตัดยอดสูงจากพื้นดินประมาณ 45 ซม. เมื่อมีหน่อให้เกิดขึ้นที่ปลายยอด ให้ตัดทิ้งเหลือไว้ 2 กิ่ง ริดกิ่งแขนงที่อยู่ ชิดลำต้นออกให้หมด รวมทั้งกิ่งแขนงที่อยู่ต่ำกว่า 30 ซม.จากพื้นดิน เพื่อไม่ให้เป็นมด และแมลงใช้เป็นทางขึ้นต้นกาแฟ
การตัดแต่งกิ่งสำหรับต้นกาแฟอายุตั้งแต่8 ปีเป็นต้นไป
หลังจากกาแฟอายุ 8-10 ปี มีจำนวนข้อที่ติดผล น้อยลง สภาพต้นทรุดโทรม และผลผลิตต่ำ ต้องมีการ
ตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้เกิดยอดใหม่
การตัดแต่งกิ่งแบบเปิดด้านข้าง

การตัดแบบเปิดข้างจะตัดกิ่งแขนงที่อยู่ด้านตะวันออก ทิ้งทั้งหมด (แสงเป็นตัวกระตุ้น ให้หน่อเจริญออกมา) เมื่อหน่อใหม่เกิดขึ้น อายุประมาณ 6 เดือน จึงตัดลำต้นเก่าออก คัดเลือกหน่อที่แข็งแรงไว้เพียง 1-2 อัน เพื่อเลี้ยงให้เป็นลำต้นหลักต่อไป
การตัดจนเหลือแต่ตอ

จุดประสงค์เช่นเดียวกับการตัดแต่งกิ่งแบบเปิดข้าง การตัดออกทั้งหมดจะทำให้เกิดหน่อใหม่ จำนวนมาก แตกออกมา คัดเลือกไว้ไม่เกิน 3 หน่อ ปล่อยให้เจริญ เติบโตเป็นลำต้นหลักต่อไป




